กินโซเดียมมากเกินไป ทำยังไงดี? แก้ด้วยการ "กินกล้วย" อาจไม่ช่วยอย่างที่คิด

กินโซเดียมมากเกินไป ทำยังไงดี? แก้ด้วยการ "กินกล้วย" อาจไม่ช่วยอย่างที่คิด

กินโซเดียมมากเกินไป ทำยังไงดี? แก้ด้วยการ "กินกล้วย" อาจไม่ช่วยอย่างที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กินเค็ม กินโซเดียมมากเกินไป ทำยังไงดี? กินกล้วยอาจไม่ช่วยอย่างที่คิด ดื่มน้ำมากๆ ก็ต้องระวัง

มื้อไหนเผลอกินอาหารเค็มจัด ไม่ว่าจะเป็นหมูกระทะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง หรืออาหารที่ใส่น้ำปลาและซอสหนักมือ หลายคนอาจรู้สึกกระหายน้ำ ตัวบวม หรือหน้าบวมในวันถัดมา จนเริ่มหาวิธี “ขับโซเดียม” ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด

หนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ “กินกล้วยหลังอาหารเค็ม เพราะโพแทสเซียมช่วยขับโซเดียม” เรื่องนี้มีส่วนจริง แต่ไม่ได้หมายความว่ากินกล้วยหนึ่งลูกแล้วโซเดียมจากมื้อเค็มจะหายไปทันที เพราะการควบคุมโซเดียมเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับไต น้ำในร่างกาย และสมดุลของอิเล็กโทรไลต์หลายชนิด

กินโซเดียมมากเกินไป ร่างกายเกิดอะไรขึ้น?

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องใช้ในการควบคุมสมดุลของของเหลว การทำงานของเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ แต่เมื่อได้รับมากเกินไป ร่างกายจะกักเก็บน้ำมากขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของโซเดียมในเลือด

ผลที่ตามมาคือบางคนอาจรู้สึกกระหายน้ำ หน้าบวม ตัวบวม หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นชั่วคราวจากน้ำที่ร่างกายกักไว้ ขณะที่การกินโซเดียมสูงเป็นประจำสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

CDC ระบุว่า การได้รับโซเดียมมากเกินไปสามารถทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออาหารมีโพแทสเซียมต่ำร่วมด้วย เพราะโซเดียมและโพแทสเซียมทำงานสัมพันธ์กันในการควบคุมสมดุลของเหลวและปริมาตรเลือด

ถ้าเผลอกินเค็มมาก ควรทำอย่างไร?

หากเป็นคนสุขภาพทั่วไปและกินเค็มมากเพียงมื้อเดียว สิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องพยายาม “ดีท็อกซ์” หรือขับเกลือแบบเร่งด่วน เพราะไตจะค่อย ๆ กำจัดโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะและปรับสมดุลน้ำในร่างกายเอง

สิ่งที่ทำได้คือ ดื่มน้ำตามปกติให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องกรอกน้ำหลายลิตรในครั้งเดียว เพราะการดื่มน้ำมากเกินไปก็ไม่ได้ทำให้โซเดียมหายเร็วขึ้นแบบทันที และอาจทำให้สมดุลเกลือแร่ผิดปกติได้

จากนั้นควร ลดเค็มในมื้อถัดไป โดยลดน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ของหมักดอง อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว และอาหารสำเร็จรูป เพราะ CDC ระบุว่าแหล่งโซเดียมจำนวนมากในอาหารมาจากอาหารบรรจุสำเร็จและอาหารที่รับประทานนอกบ้าน ไม่ได้มาจากเกลือที่เราเติมเองเพียงอย่างเดียว 

นอกจากนี้ การออกกำลังกายเบาๆ การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมผ่านเหงื่อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และการนอนหลับให้เพียงพอ ก็ช่วยให้ร่างกายควบคุมสมดุลของเหลวและแร่ธาตุได้ดีขึ้นด้วย

แล้วกินกล้วยช่วย “ขับโซเดียม” จริงไหม?

จริงในระดับหนึ่ง เพราะกล้วยมีโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยลดผลกระทบของโซเดียมต่อร่างกาย American Heart Association อธิบายว่า เมื่อได้รับโพแทสเซียมมากขึ้น ร่างกายจะสามารถกำจัดโซเดียมออกทางปัสสาวะได้มากขึ้น อีกทั้งโพแทสเซียมยังช่วยให้ผนังหลอดเลือดคลายตัว จึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต

กล้วยขนาดกลาง 1 ลูกมีโพแทสเซียมประมาณ 450 มิลลิกรัม จึงถือเป็นผลไม้ที่ช่วยเพิ่มโพแทสเซียมได้สะดวก แต่ไม่ได้หมายความว่าโพแทสเซียมในกล้วยจะ “จับ” กับโซเดียมแล้วขับออกจากร่างกายทันที

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ โพแทสเซียมช่วยสนับสนุนการทำงานของไตและสมดุลระหว่างโซเดียมกับโพแทสเซียม ทำให้ร่างกายจัดการกับโซเดียมได้ดีขึ้นในภาพรวม

กินเค็ม 1 มื้อ แล้วกินกล้วย 1 ลูก หักล้างกันได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะโซเดียมและโพแทสเซียมไม่ได้ทำงานแบบ “หักล้างกันตัวต่อตัว” เช่น กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งชามแล้วตามด้วยกล้วยหนึ่งลูกจะไม่ได้ทำให้โซเดียมทั้งหมดจากมื้อนั้นหายไป

หากทั้งวันยังคงกินอาหารโซเดียมสูงต่อเนื่อง ถึงแม้จะกินกล้วยหรือผักผลไม้มากขึ้น ความเสี่ยงจากโซเดียมสูงก็ยังคงอยู่ ดังนั้นวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าคือ ลดโซเดียมที่ได้รับตั้งแต่ต้น พร้อมเพิ่มอาหารที่มีโพแทสเซียมอย่างเหมาะสม

CDC ระบุว่า การกินอาหารที่มีโซเดียมสูงและโพแทสเซียมต่ำสัมพันธ์กับความดันโลหิตที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน การได้รับโพแทสเซียมเพียงพอสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง

ไม่ได้มีแค่กล้วย อาหารเหล่านี้ก็มีโพแทสเซียม

ถ้าต้องการเพิ่มโพแทสเซียม ไม่จำเป็นต้องพึ่งกล้วยเพียงอย่างเดียว เพราะโพแทสเซียมพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น น้ำมะพร้าว ส้ม เมลอน มันฝรั่ง มันหวาน มะเขือเทศ ผักโขม บรอกโคลี ถั่ว นม โยเกิร์ต และปลาหลายชนิด

ดังนั้น หลังจากกินเค็ม การเลือกมื้อถัดไปให้มีผักและผลไม้สดมากขึ้น พร้อมลดอาหารแปรรูปและเครื่องปรุงเค็ม จึงเป็นวิธีที่สมเหตุสมผลกว่าการพยายามหาอาหารเพียงอย่างเดียวมาช่วย “ถอนเค็ม”

ใครบ้างที่ไม่ควรเพิ่มโพแทสเซียมเอง?

แม้โพแทสเซียมจากอาหารจะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ที่มีไตทำงานปกติ แต่ผู้ที่มี โรคไตเรื้อรัง ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคบางชนิดที่รบกวนการกำจัดโพแทสเซียม อาจมีความเสี่ยงที่ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป

NIH ระบุว่า ผู้ที่มีโรคไต หรือใช้ยาบางกลุ่ม เช่น ACE inhibitors ยาขับปัสสาวะชนิดเก็บโพแทสเซียม และยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบควบคุมโพแทสเซียม สามารถเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงได้ แม้ได้รับโพแทสเซียมจากอาหารในปริมาณที่คนทั่วไปกินได้ตามปกติ

ดังนั้น หากมีโรคไต ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือแพทย์เคยแจ้งว่ามีโพแทสเซียมสูง ไม่ควรพยายามกินกล้วยจำนวนมาก ใช้เกลือโพแทสเซียม หรือกินผลิตภัณฑ์เสริมโพแทสเซียมเพื่อขับโซเดียมด้วยตัวเอง

สรุป กินโซเดียมมากเกินไป กินกล้วยช่วยได้ไหม?

โพแทสเซียมในกล้วยมีส่วนช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมทางปัสสาวะมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้โซเดียมหายไปทันทีหรือหักล้างกับอาหารเค็มที่เพิ่งกินเข้าไป

อาการกระหายน้ำหรือบวมเล็กน้อยหลังมื้อเค็มอาจเกิดจากการกักเก็บน้ำชั่วคราว แต่หากมีอาการ บวมมากผิดปกติ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ใจสั่น อ่อนแรง หรือปัสสาวะผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไต ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ

หากเผลอกินเค็ม วิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนสุขภาพทั่วไปคือ ดื่มน้ำตามปกติ ลดอาหารเค็มในมื้อถัดไป และกินผักผลไม้ให้หลากหลาย ส่วนในระยะยาว การควบคุมปริมาณโซเดียมในแต่ละวันยังสำคัญกว่าการพยายามหาวิธี “ขับโซเดียม” หลังจากกินเข้าไปแล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล